<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>

<rss version="2.0">

<channel>
  <language>en</language>
  <title>Master Older</title>
  <link>https://www.dop.go.th/</link>
  <description>Master Older</description>
  <item>
    <title>ประจำปี 2559 : นายเสนาะ อูนากูล</title>
    <link>https://www.dop.go.th/en/news/3/1212</link>
    <description>

    นายเสนาะอูนากูล

 ประวัติ นายเสนาะ อูนากูล เกิดวันที่ 24กรกฎาคม 2474ที่จังหวัดชลบุรี บิดาเป็นผู้สร้าง &quot;ตลาดหนองมน&quot; เป็นบุตรชายคนเล็กของพี่น้องทั้งหมด 8 คน สมรสกับคุณหญิงนงนุช อูนากูล






</description>
    <category>Master Older</category>
    <pubDate>Thu, 01 Jan 1970 07:00:00 +0700</pubDate>
  </item>
  <item>
    <title>ประจำปี 2557 : นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา</title>
    <link>https://www.dop.go.th/en/news/3/1213</link>
    <description>

    นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา

 หากจะกล่าวถึงผู้สูงอายุที่ทรงคุณวุฒิ มีบทบาทในภาครัฐวิสาหกิจ ราชการองค์กรธุรกิจภาคเอกชน แวดวงการพัฒนาคนและสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้มีบทบาทการพัฒนาระบบการศึกษาไทยคนสำคัญหนึ่งในจำนวนที่น้อยยิ่งนั้นคือ นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา

 ประวัติ นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา เกิดเมื่อวันที่ 10 พ.ย. 2470 ปัจจุบันอายุ 87 ปี เป็นบุตรของพระยาอิศรพงศ์พิพัฒน์ และหม่อมหลวงสำลี อิศรเสนา (สกุลเดิม กุญชร) สมรสกับนางบุนนาค อิศรเสนา ณ อยุธยา (ถึงแก่อนิจกรรม) มีบุตร 1 คน คือ นายพิพัฒน์พงศ์ อิศรเสนา ณ อยุธยา

 การศึกษา ได้รับการศึกษาจากโรงเรียนเทพศิรินทร์ โรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย จบวิศวกรรมศาสตร์บัณฑิต (ไฟฟ้า) เกียรตินิยมและวิศวะฯเครื่องกล จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สำเร็จการศึกษาจากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ MIT ประเทศสหรัฐอเมริกา ปริญญา Master of Science Mechanical Engineering ผลงานจากสหวิชาการ ในสายงานวิชาชีพและการพัฒนาสังคมทำให้ได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์สาขาต่าง ๆ จากสถาบันการศึกษา 9 มหาวิทยาลัย

 เครื่องราชอิสริยาภรณ์และการแต่งตั้งที่สำคัญ


	
		
			     - ทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ
			5 พ.ค. 39
		
		
			     - มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก
			5 ธ.ค. 37
		
		
			     - Commanders in the Order of the Crown จากรัฐบาลประเทศเบลเยี่ยม
			26 พ.ค. 36
		
		
			     - ได้รับพระมหากรุณาธิคุณแต่งตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภาครั้งที่ 1,2
			เม.ย. 30, มี.ค. 35
		
		
			     - ได้รับพระมหากรุณาธิคุณแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ
			มี.ค. 34
		
		
			     - ได้รับรางวัลนักทรัพยากรมนุษย์ดีเด่นแห่งประเทศไทย ปี 50 มธ.
			
		
	




 การดูแลสุขภาพและครอบครัว แม้นว่าภารกิจการทำงานจะมากมายประการใด ท่านได้จัดสรรเวลาดูแลสุขภาพ โดยออกกำลังกายว่ายน้ำ สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง ครั้งละไม่น้อยกว่า 25-30 นาที สวดมนต์เจริญสติ ทุกเช้า ดูแลอาหารที่เหมาะกับโรคและวัยของผู้สูงอายุ และวันสุดสัปดาห์จะจัดสรรเวลาให้ครอบครัวสม่ำเสมอ

 การทำงาน เป็นวิศวกร บ.เยนเนอรัลอิเลคทริค จก. สหรัฐอเมริกา บ.กมลสุโกศล จก. บ.เชลล์แห่งประเทศไทย กลุ่มปูนซีเมนต์ไทยและสามารถก้าวขึ้นเป็นผู้บริหารสูงสุดขององค์กร ตำแหน่งผู้จัดการใหญ่ บ.ปูนซีเมนต์ไทย มหาชน งานที่ได้รับการยอมรับระดับประเทศ คือการกำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาบุคลากรไว้อย่างเป็นระบบ ส่งผลให้ธุรกิจเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน พร้อมรับความเปลี่ยนแปลงของโลก องค์กรจึงก้าวย่างอย่างมั่นคง ทำให้ SCG. เป็น Benchmark ให้ทุกภาคส่วนขอเข้าศึกษาดูงาน ให้ความร่วมมือเป็นคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นที่ปรึกษามหาวิทยาลัยฯ ประธานกิตติมศักดิ์ สภาอุตสาหกรรม และชุดต่างๆ 151 แห่ง ปัจจุบันเกษียณแล้วยังคงปฏิบัติหน้าที่ ในสถาบัน สมาคม มูลนิธิฯอีก 41 แห่ง

 เมื่อกล่าวถึงนายพารณ ทุกคนทราบดีว่าท่านมีคุณธรรมสูงยิ่งในเรื่องความมั่นคงในการดำรงความเป็นธรรม ความซื่อสัตย์ ซื่อตรง อุดมการณ์ของท่าน คือ การไม่หยุดทำงาน เกษียณแล้วก็จะทำเรื่อยไปไม่หยุดยั้ง เพราะทำให้ไม่แก่เร็ว การทำงานได้ช่วยเหลือผู้อื่น ได้บุญ ได้ความสุข มีความเชื่อว่า เด็กไทย คนไทย เป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าที่สุดของประเทศไทย จึงตั้งใจจะพัฒนาเด็กไทย คนไทย ให้สู้ได้ในโลก

 โครงการที่ได้รับการเผยแพร่ทางสื่อมลชนแขนงต่างๆ เป็นระยะๆ ได้แก่ การพัฒนาชุมชนบ้านสามขา จ.ลำปาง แรกที่พบชุมชนมีสภาพร้อน แล้วชาวบ้านยากจนขาดแคลน ทรัพยากรธรรมชาติโดยรอบอยู่ในสภาพเสื่อมโทรม เนื่องมาจากถูกระทำซ้ำซากโดยฝีมือมนุษย์ อาทิ การเผาป่าล่าสัตว์ การใช้สารเคมี เป็นต้น ท่านพารณฯ ใช้แนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและวิธีรักษ์น้ำรักษ์ป่าของสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถมาระดมความคิดอย่างมีส่วนรวม สามารถดึงพลังเด็ก เยาวชน ประชาชนผู้มีจิตอาสามาร่วมพลิกพื้นสภาพป่า ทำฝายแม้วอันแล้วอันเล่า ก่อให้เกิดต้นน้ำลำธาร ความชุ่มเย็นและความอุดมทำให้สัตว์ป่า เช่น เก้ง หมูป่า กลับเข้ามาอาศัยต้นไม้ มีผลไม้เป็นอาหารให้คนและสัตว์ตลอดปี ในน้ำมีปู ปลา กุ้ง ปลายน้ำใช้ปลูกข้าว ต้นน้ำใช้ปั่นไฟฟ้าพลังน้ำจำหน่ายส่วนเกินให้หมู่บ้านใกล้เคียง น้ำในลำธารนำมากรองบรรจุขวดผ่าน อย. จำหน่ายให้นักท่องเที่ยวที่มาดูนก และท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ ณ บ้านสามขา คุณภาพชีวิตคนดีขึ้นโดยรวม ต่อมาท่านได้นำคอมพิวเตอร์อินเตอร์เน็ตไปมอบให้โรงเรียน 25 แห่งในชุมชนโดยรอบส่งเสริมการเรียนรู้โลกภายนอกได้ภาษาวิชาการ ความรู้สังคมโลก มีเด็กในชุมชนได้ศึกษาต่อแพทย์จุฬาฯ มหิดล และสอบชิงทุนไปเรียนต่อลอสแองเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อกลับมาพัฒนาบ้านเกิด

 โครงการอาชีวะมาบตาพุด ทำให้เยาชนได้ศึกษาวิชาการแล้วมีชั่วโมงฝึกปฏิบัติจริงในโรงงานอุตสาหกรรม ได้เกร็ด ได้ทักษะความรู้ บางครั้งมีรายได้ไปพร้อมกัน ท่านพารณฯ มุ่งหมายให้เด็กไทย คิดเป็น ทำเป็น เรียนรู้ เพื่อการเรียนรู้จะทำให้ความสามารถต่อยอดงานได้ไม่รู้จบ ด้วยมั่นใจในความเชื่อที่ว่าเด็กไทย คนไทยเป็นทรัพยากรที่มีค่ามากที่สุดของประเทศไทย ท่านจึงต้องการพัฒนาคนไทยต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง

 การพัฒนาที่อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของการพัฒนาโดยไม่เลือกสถานะแรกพบกันนั้นน้าน้อยมีหนี้สินล้นพ้นตัว ไม่ทราบว่าชีวิตตนเองจะมีทางออกของปัญหาได้อย่างไร สามีเมาสุรา น้าน้อยขายและเล่นและพยากรณ์หวย วิ่งไปวิ่งมาไม่มีเวลาทำมาหากินจริงจัง เครื่องบริโภค ก็ล้วนซื้อด้วยเงิน ทั้งที่มีทรัพยากรที่ทดแทนได้ด้วยเทคนิคการเรียนรู้ด้วยกัลยาณมิตร ใช้แนวทางเศรษฐกิจพอเพียงกับบัญชีครัวเรือนเป็นเครื่องมือ ซึ่งค่อยสร้างความตระหนักรู้สู่การปฏิบัติจริง ปัจจุบันน้าน้อยกลายเป็นวิทยากรต้นแบบแห่งการพัฒนา ม.ราชภัฏฯ บุรีรัมย์มอบปริญญามหาบัณฑิตฯให้ในฐานะผู้นำทางความคิดในการพัฒนาชุมชน สร้างน้าน้อยสอง น้าน้อยสาม หมดหนี้สินและพัฒนาส่วนรวมได้อีกมาก

 โรงเรียนดรุณสิขาลัย นวัตกรรมแห่งการเรียนรู้ มีท่านพารณ เป็นผู้อำนวยการใหญ่ นำทฤษฎี การเรียนรู้แนว constructionism มาสู่การปฏิบัติ เพื่อสร้างสรรค์ปัญญาโดยเน้นผู้เรียน เป็นศูนย์กลางบูรณาการด้วยเทคโนโลยี วิชาการ ศิลปวัฒนธรรม ความเป็นไทย ศีลธรรมจรรยา เพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต บนพื้นฐานการพิจารณาสติตามวิถีพุทธ เป็นโรงเรียนตัวอย่างในการปฏิรูประบบการศึกษาไทย ตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542

 ด้วยคุณธรรม ความมุ่งมั่นในอุดมการณ์ ความทุ่มเทอุทิศ สร้างผลงานที่พัฒนาคุณภาพชีวิตให้คน โดยไม่เลือกสถานะ บังเกิดผลสัมฤทธิ์เป็นคุณูปการแก่เด็ก เยาวชน และประชาชนในระดับรากแก้ว เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติมาเป็นระยะเวลายาวนาน แม้นว่าท่านจะมีอายุ 87 ปีแล้ว ยังคงเป็นแบบอย่างที่ดี และเป็นหลักชัยที่พึ่งพาแก่แวดวงวิชาการ และกระบวนการพัฒนาประเทศที่สำคัญ

 คณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ จึงประกาศเกียรติคุณสดุดี ยกย่อง นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา เป็นผู้สูงอายุแห่งชาติ พุทธศักราช 2557



    วีดิทัศน์ผู้สูงอายุแห่งชาติ ประจำปีพุทธศักราช 2557




</description>
    <category>Master Older</category>
    <pubDate>Thu, 01 Jan 1970 07:00:00 +0700</pubDate>
  </item>
  <item>
    <title>ประจำปี 2558 : เจ้าดวงเดือน ณ เชียงใหม่</title>
    <link>https://www.dop.go.th/en/news/3/1214</link>
    <description>

    เจ้าดวงเดือน ณ เชียงใหม่

 ณ วันเพ็ญเดือนหก ปีมะเส็ง ที่ 22พฤษภาคม 2472เจ้านายฝ่ายเหนือองค์น้อย แห่งคุ้มหลวงริมปิงได้ถือกำหนดขึ้น ซึ่งตรงกับวันวิสาขบูชา จึงได้รับนามว่า เจ้าดวงเดือน ณ เชียงใหม่ เป็นธิดาคนที่ 3ในจำนวน 4คนของเจ้าราชภาคินัย (เมืองชื่น ณ เชียงใหม่) กับหม่อมจันทร์เทพย์ ณ เชียงใหม่

 ชีวิตในวัยเด็กของเจ้าดวงเดือนฯ ได้รับการอบรมอย่างเคร่งครัดในเรื่อง มารยาท ฝึกหัดการเรือน อาทิ อาหารคาวหวาน แกะสลัก ทำน้ำอบน้ำปรุง ทำสวน ปลูกต้นไม้ ทำยาสมุนไพร การแสดง ฟ้อนรำ ทำเพลง เพื่อเป็นตัวแทนต้อนรับอาคันตุกะ ตลอดจนแสดงให้งานสาธารณกุศลต่างๆ นอกจากนั้นยังมีหน้าที่อ่านหนังสือให้เจ้าพ่อและคนในคุ้มฟังตั้งแต่เด็ก เช่น เรื่องกฎหมาย การแพทย์ สมุนไพร ความรู้รอบตัวฯ ซึ่งเมื่อครั้งเป็นเด็กรู้สึกชีวิตถูกบังคับเข้มงวดไม่เป็นสุขเลย ผิดกับเด็กทั่วไปที่มีเวลาวิ่งเล่นเที่ยวกับหมู่เพื่อน แต่เมื่อเติบโตขึ้นกับตรงกันข้าม รู้สึกว่าตนเองช่างโชคดีเหลือเกินที่ได้รับการพร่ำสอนขัดเกลาจากเจ้าพ่อเจ้าแม่ เพราะทุกสิ่งล้วนมีประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตโดยตลอดอย่างคุ้มค่า

 จบการศึกษาจากโรงเรียนเรยีนาเชลีวิทยาลัย โรงเรียนวัฒโนทัย (คำเที่ยงอนุสรณ์) โรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ และจบ ม.6จากโรงเรียนดาราวิทยาลัย สมรสกับคุณพิรุณ อินทราวุธ อาชีพทนายความ เมื่ออายุ 19ปี มีบุตร 1คน และธิดา 3คน

 หลังสมรสคุณพิรุณฯ ได้เข้าสู่เส้นทางการเมืองโดยได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาเทศบาล สภาจังหวัด และสภาผู้แทนราษฎร เจ้าดวงเดือนฯ เมื่อเป็นภรรยานักการเมืองแล้วก็ไม่อาจหยุดนิ่ง บ่อยครั้งต้องขึ้นรถยนต์ไปต่อม้าหรือช้าง เพื่อแยกเวทีไปช่วยหาเสียงในต่างอำเภอ เมื่อสมัย 60ปีที่แล้ว นับเป็นเรื่องที่แปลกใหม่ เพราะเป็นสตรีคนแรกในส่วนภูมิภาคที่มีบทบาททางการเมืองเทียบเท่าบุรุษ ต่อมาต้องรับหน้าที่บริหารหนังสือพิมพ์ที่ขายดีที่สุดในจังหวัด คือ เสียงเชียงใหม่ หนังสือพิมพ์คุณภาพเพราะบรรณาธิการมีจรรยาบรรณสูง วิพากษ์วิจารณ์ปัญหาด้วยความเที่ยงตรง คารมกล้าแกร่งตรงไปตรงมาไม่หวั่นอิทธิพลใด ภายหลังได้รับ การคัดเลือกให้เป็นอุปนายกสมาคมหนังสือพิมพ์ภาคเหนือและอุปนายกสมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาค

 ในยุคที่วิทยุและโทรทัศน์เริ่มได้รับความนิยม เจ้าดวงเดือนฯ ได้มีโอกาสจัดรายการวิทยุที่มีสาระชี้นำปัญหาสังคม เป็นรายการที่มีสไตล์แตกต่างกันถึง 4รายการ ด้วยองค์ความรู้ที่หลากมิติรอบด้าน แนวคิดและวิธีนำเสนอเฉียบคม รายการวิทยุเสียงอเมริกา (Voice of America) จึงมอบเหรียญ VOA. ให้ในฐานะที่เป็นนักจัดรายการดีเด่น

 ปี 2513สอบเป็นผู้พิพากษาสมทบคดีเด็กและเยาวชนได้ที่ 1จึงเป็นสตรีคนแรกทางภาคเหนือที่ปฏิบัติหน้าที่นี้ อบรมเด็กเป็นอย่างดีจนได้รับโล่ผู้พิพากษาผู้รักษาความเที่ยงธรรม ปี 2517ได้รับแต่งตั้งให้เป็น สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เรียกร้องให้สังคมหันมาสนใจร่วมแก้ไขปัญหาที่ถูกซ่อนไว้อย่างจริงจัง อาทิ ปัญหาสตรีถูกตกเขียว หมู่บ้านดอกคำใต้ รณรงค์ให้สตรีสามารถลุกขึ้นมาสร้างกลุ่มและพัฒนาตนเองไปสู่ความเข้มแข็ง ช่วยรณรงค์วางแผนครอบครัวจนได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าสำนักงานเขต สมาคมวางแผนครอบครัวแห่งประเทศไทย ภาคเหนือ นอกจากนี้ยังมีบทบาทพิทักษ์ความเป็นธรรมให้แก่ผู้ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน กรณีเด็กไทยอายุ 16ปี ถูกกล่าวหาว่าฆาตกรรม 19ศพ ที่วัดไทยในรัฐอริโซน่า สหรัฐอเมริกาเพราะเห็นว่าถูกจับเป็นแพะจึงรณรงค์ด้วยวิธีการและรูปแบบต่างๆ เพื่อหาเงินช่วยสู้คดีนานถึง 16ปี ศาลจึงตัดสินยกฟ้องว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ 

 เป็นกรรมการ คณะทำงาน มูลนิธิสมาคม สถาบันการศึกษา องค์กร กิจกรรมต่างๆ เป็นอันมาก แต่เรื่องที่ให้ความสำคัญอย่างจริงจังต่อเนื่อง คือ งานศิลปวัฒนธรรม เจ้าดวงเดือนฯ ไม่เพียงแต่รู้คุณค่าของมรดกวัฒนธรรมไทย-ล้านนา ที่ได้สัมผัสซึมซับมาแต่ครั้งเยาว์วัยเท่านั้น ท่านยังได้คิดพิเคราะห์นำจุดแข็งมาเผยแพร่อย่างเป็นวิถีปฏิบัติ เช่น การพูดคำเมือง แต่งกายด้วยอาภรณ์พื้นเมือง นำการจัดเลี้ยงแบบขันโตกมาประชาสัมพันธ์ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 8ทำให้เด็กและเยาวชนภูมิใจในอัตลักษณ์ ส่งผลให้เกิดมาตรฐานบริการ คนต่างชาติ ต่างถิ่นที่มาเชียงใหม่ต้องการสัมผัสบรรยากาศแบบขันโตกทุกราย เจ้าดวงเดือนฯ นำความก้าวหน้าสู่วงการวัฒนธรรมจังหวัดมาอย่างต่อเนื่องไม่หยุดยั้งเป็นผู้ริเริ่มจัดงานไม้ดอกไม้ประดับหรืองานพฤกษชาติจังหวัดจนกระทั่งปัจจุบัน จึงเป็นประธานสภาวัฒนธรรมคนแรกของจังหวัดเชียงใหม่และของประเทศไทย

 ด้านการพัฒนาชุมชนและสังคม ด้วยเห็นว่ายังมีภาวะว่างงานในกลุ่มสตรีหลังฤดูเก็บเกี่ยว จึงเปิดใต้ถุนบ้านเป็นโรงทอผ้า ซึ่งผ้าไหมเป็นผ้าที่งดงามน่าหลงไหลยิ่ง แต่กว่าจะได้เส้นด้ายใยไหมจำเป็นต้องต้มรังฆ่าตัวแม่ทำบาปก่อน ดังนั้น เจ้าดวงเดือนฯ จึงรณรงค์ที่จะอนุรักษ์การทอผ้าฝ้ายลายโบราณและสืบสานเคล็ดวิธีการย้อมสีด้วยวิธีธรรมชาติ ศึกษาจริงจังจนยกมาตรฐานการทอผ้า ขยายผลม่อนดวงเดือนเป็นโรงทอฝ้ายดวงเดือน 2โรง ต่อยอดเป็นศูนย์อบรมหัตกรรมพื้นเมืองจอมทอง จนได้รับการยกย่องจากสภาอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ นับเป็นกิจกรรมที่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม สืบสานภูมิปัญญาการทอผ้าและสร้างงานสร้างรายได้ให้ชาวบ้านไปพร้อมกัน

 ตลอดระยะเวลา 86ปีที่ผ่านมา จากผลงานซึ่งเป็นที่ประจักษ์ ก่อให้เกิดประโยชน์แก่คนและสังคมในวงกว้างของเจ้าดวงเดือน ณ เชียงใหม่ สตรีสูงศักดิ์ผู้ได้รับการขนานนามว่า สุภาพสตรีระดับชาติได้อย่างสมความภาคภูมิ เป็นต้นแบบคนดีศรีแผ่นดินและเป็นเพชรน้ำหนึ่งของชาวไทยล้านนา คณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ โดยมีนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน พิจารณาเห็นชอบให้ประกาศสดุดี เจ้าดวงเดือน ณ เชียงใหม่ เป็น ผู้สูงอายุแห่งชาติ พุทธศักราช 2558 เพื่อบันทึกเกียรติคุณนี้ไว้ เป็นแบบอย่างที่ดีแก่สังคมสืบไป



    วีดิทัศน์ผู้สูงอายุแห่งชาติ ประจำปีพุทธศักราช 2558




</description>
    <category>Master Older</category>
    <pubDate>Thu, 01 Jan 1970 07:00:00 +0700</pubDate>
  </item>
  <item>
    <title>ประจำปี 2556 : ศาสตราจารย์ ประเสริฐ ณ นคร</title>
    <link>https://www.dop.go.th/en/news/3/1215</link>
    <description>

    ศาสตราจารย์ ประเสริฐ ณ นคร

 ประวัติ ศาสตราจารย์ ประเสริฐ ณ นคร เกิดเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2461 ที่จังหวัดแพร่ เป็นบุตรคนที่ 2 ในจำนวน 8 คน ของนายบุญเรืองกับนางกิมไล้ ณ นคร สมรสกับนางสาวเยาวลักษณ์ ลีละชาต มีบุตรชื่อ นายปิยพร ณ นคร และสมรสกับ นางสาวสมทรง โหตระกิตย์ มีบุตรชื่อ นางเสมอใจ บุญวิรัตน์ (ณ นคร)

 การศึกษา
 - ปริญญาตรี สาขาเกษตรวิศวกรรม มหาวิทยาลัยฟิลิปปินส์ ประเทศฟิลิปปินส์ โดยทุนคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (พ.ศ. 2481)
 - ปริญญาธรรมศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (พ.ศ. 2486)
 - ปริญญาโทและเอก ทางด้านสถิติ มหาวิทยาลัยคอร์แนล ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยทุนคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (พ.ศ. 2500)
 - ประกาศนียบัตรจากวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 11 (พ.ศ. 2512)

 ตำแหน่งสำคัญขณะรับราชการและภายหลังเกษียณ
 - รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
 - ปลัดทบวงมหาวิทยาลัย
 - นายกราชบัณฑิตยสถาน
 - สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ
 - ประธานกรรมการชำระประวัติศาสตร์ไทย
 - ประธานคณะอนุกรรมการพิจารณาจารึกเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ไทย
 - ประธานอนุกรรมการจัดทำอภิธานศัพท์วรรณคดีโบราณ
 - รองประธานกรรมการมูลนิธิภูมิพโลภิกขุเพื่อการค้นคว้าและเผยแผ่ทางพระพุทธศาสนา
 - กรรมการชำระพจนานุกรม
 - กรรมการฝ่ายวัฒนธรรมยูเนสโกแห่งประเทศไทย
 ฯลฯ

 ตำแหน่งหน้าที่การงานในปัจจุบัน
 ภายหลังจากเกษียณอายุราชการ ศาสตราจารย์ ประเสริฐ ณ นคร ยังคงศึกษาค้นคว้าอย่างต่อเนื่องและมุ่งมั่นทำงานเพื่อประโยชน์ต่อส่วนรวม โดยปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งที่สำคัญหลายตำแหน่ง อาทิ
 - ราชบัณฑิต ประเภทประวัติศาสตร์ สาขาโบราณคดี สำนักธรรมศาสตร์และการเมือง
 - ประธานอนุกรรมการจัดทำทะเบียนมรดกความทรงจำแห่งชาติ
 - ประธานอนุกรรมการจัดทำพจนานุกรมศัพท์วรรณคดีไทย
 - ประธานอนุกรรมการจัดทำพจนานุกรมศัพท์วรรณกรรมท้องถิ่นไทย ภาคอีสาน
 - ประธานอนุกรรมการสารานุกรมประวัติศาสตร์
 - กรรมการมูลนิธิภูมิพโลภิกขุเพื่อการค้นคว้าและเผยแผ่ทางพระพุทธศาสนา
 ฯลฯ

 เกียรติประวัติ
 - ได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประพันธ์คำร้องเพลงพระราชนิพนธ์ รวม 5 เพลง คือ เพลงใกล้รุ่ง ชะตาชีวิต ในดวงใจนิรันดร์ แว่ว และเกษตรศาสตร์
 - ได้รับรางวัลนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2531 ด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดี จาก สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ
 - ได้รับพระราชทานพระเกี้ยวทองคำในฐานะผู้ส่งเสริมภาษาไทยดีเด่น จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (พ.ศ. 2532)
 - ได้รับรางวัลอาเซียน (ASEAN AWARDS) สาขาวรรณกรรม (พ.ศ. 2536)
 - นักเรียนทุนรัฐบาลดีเด่น ในงาน 100 ปี นักเรียนทุนรัฐบาลไทย (พ.ศ. 2537)
 - เป็นบุคคลดีเด่นของชาติ สาขาพัฒนาสังคม (ด้านประวัติศาสตร์และวรรณกรรม) ประจำปี พ.ศ. 2540 จากคณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ
 - ได้รับโล่เกียรติยศผู้สร้างความเจริญก้าวหน้าทางวิชาการพันธุศาสตร์ จากสมาคมพันธุศาสตร์แห่งประเทศไทย (พ.ศ. 2540)
 - ได้รับรางวัลนราธิป จากสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย (พ.ศ. 2550)
 - ได้รับประกาศเกียรติคุณเป็นปูชนียบุคคลด้านภาษาไทย พ.ศ. 2550 จากกระทรวงวัฒนธรรม
 ฯลฯ

 ผลงานสำคัญ
 ศาสตราจารย์ประเสริฐ ณ นคร เป็นผู้ที่ได้รับการยกย่องอย่างกว้างขวางในวงวิชาการว่า เป็นปรมาจารย์ในด้านไทยศึกษาที่มีความรอบรู้ในลักษณะสหวิทยาการ ได้แก่

 ด้านประวัติศาสตร์ ภาษา วรรณคดี และโบราณคดี
 - เป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านประวัติศาสตร์ ภาษาถิ่นไทย การอ่านศิลาจารึกสุโขทัยและล้านนาไทย ไทยศึกษา การศึกษาเรื่องของชนเผ่าไทอื่น ๆ นอกประเทศไทย มีผลงานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารทั้งในประเทศและต่างประเทศ ไม่ต่ำกว่า 100 บทความ

 ด้านคณิตศาสตร์ สถิติ การคำนวณ
 - ริเริ่มนำวิชาคำนวณ โหราศาสตร์ ไปช่วยอ่านศิลาจารึกที่สำคัญ เช่น เกร็ดความรู้จากศิลาจารึก ศักราชในจารึกสมัยสุโขทัย
 - เป็นกรรมการก่อตั้งสมาคมสถิติแห่งประเทศไทย
 - ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ ให้คำนวณวันที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงกระทำยุทธหัตถีกับพระมหาอุปราชาโดยยึดวันทางสุริยคติเป็นเกณฑ์ ซึ่งเป็นผลให้คณะรัฐมนตรี มีมติเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2549 เห็นชอบให้เปลี่ยนแปลงกำหนดวันกองทัพไทย จากวันที่ 25 มกราคม ของทุกปี เป็นวันที่ 18 มกราคม ของทุกปี ตามที่กระทรวงกลาโหมเสนอ

 ด้านดนตรี
 - ได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประพันธ์คำร้องเพลงพระราชนิพนธ์ รวม 5 เพลง และได้รับพระราชทานรางวัลแผ่นเสียงทองคำจากการประพันธ์เนื้อเพลง ฝากรัก ร่วมกับพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ

 ปรัชญาในการดำเนินชีวิต
 ศาสตราจารย์ ประเสริฐ ณ นคร เป็นบุคคลที่อุทิศตนรับใช้ประเทศชาติมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน แม้นว่าจะมีอายุ 95 ปีแล้ว ท่านก็ยังคงทุ่มเทกายใจในการทำงานที่ท่านรักอย่างสุดกำลังความสามารถ ด้วยสำนึกและตระหนักในหนี้บุญคุณของแผ่นดินและเงินภาษีของประชาชนที่ทำให้ท่านมีโอกาสได้เล่าเรียนจนสำเร็จการศึกษาขั้นสูงสุด ท่านได้ตั้งปณิธานไว้ว่า ท่านจะปฏิบัติตนให้ดีที่สุด ให้เป็นประโยชน์กับประเทศชาติมากที่สุด ไม่ให้เสียเกียรติที่เกิดมา

 คณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ จึงประกาศเกียรติคุณสดุดี ยกย่อง ศาสตราจารย์ ประเสริฐ ณ นคร เป็นผู้สูงอายุแห่งชาติ พุทธศักราช 2556



    วีดิทัศน์ผู้สูงอายุแห่งชาติ ประจำปีพุทธศักราช 2556




</description>
    <category>Master Older</category>
    <pubDate>Thu, 01 Jan 1970 07:00:00 +0700</pubDate>
  </item>
  <item>
    <title>ประจำปี 25660 : สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ. ปยุตโต)</title>
    <link>https://www.dop.go.th/en/news/3/1216</link>
    <description>   สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ. ปยุตโต) นามเดิม ประยุทธ์ นามสกุล อารยางกูร เป็นบุตรคนที่ 5 ของนายสำราญและนางชุนกี อารยางค์กูร เกิดที่ตลาดใต้ อำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี เมื่อวันที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2481 ปัจจุบันสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ.ปยุตโต) มีอายุ 79 ปี

    เมื่ออายุได้ 6 ขวบเข้าเรียนชั้นอนุบาลในโรงเรียนอนุบาลครูเฉลียวที่ตลาดศรีประจันต์ จบชั้นประถมศึกษาจากโรงเรียนประชาบาลชัยศรีประชาราษฎร์ จากนั้นบิดาได้พาเข้ากรุงเทพฯ เพื่อเรียนต่อระดับมัธยมที่โรงเรียนปทุมคงคา โดยพักอยู่ที่วัดพระพิเรนทร์ เด็กชายประยุทธ์เป็นเด็กเรียนเก่ง จึงได้รับทุนเรียนดีจากกระทรวงศึกษาธิการจนถึงมัธยมศึกษาตอนต้น และมีความใส่ใจในการเรียนมาก ช่วงเวลาปิดเทอมกลับมาอยู่ที่บ้าน ก็สามารถสอนภาษาอังกฤษแก่น้อง ๆ ได้

   เมื่ออายุย่าง 13 ปี ได้บรรพชาเป็นสามเณร เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2494 ที่วัดบ้านกร่าง อำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี และเริ่มเรียนพระปริยัติธรรม ณ ที่นั้น ต่อมาท่านก็ย้ายมาจำพรรษาที่วัดพระพิเรนทร์กรุงเทพมหานคร เพื่อเรียนพระปริยัติธรรมจนสอบได้นักธรรมชั้นเอกและเปรียญธรรม 9 ประโยค ขณะยังเป็นสามเณร จึงได้รับพระราชทานพระบรมราชานุเคราะห์ จากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงรับเป็นนาคหลวง เมื่อวันจันทร์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2505 โดยมีสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (ปลด กิตฺติโสภโณ) เป็นพระอุปัชฌาย์ ณ อุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ได้นามฉายาว่า ปยุตโต แปลว่า ผู้เพียรประกอบแล้ว นับเป็นสามเณรรูปที่ 4 ในสมัยรัตนโกสินทร์ และได้รับพระราชทานพระบรมราชานุเคราะห์ให้อุปสมบทในฐานะนาคหลวงเมื่อวันจันทร์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2505 ณ อุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ได้นามฉายาว่า ปยุตโต แปลว่า ผู้เพียรประกอบแล้ว

   ปี 2505 ได้สำเร็จการศึกษาปริญญาพุทธศาสตร์บัณฑิต (เกียรตินิยมอันดับ 1) จากมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และสอบได้ วิชาชุดครู พ.ม. ในปี พ.ศ. 2506

   หลังจากสำเร็จการศึกษา เจ้าประคุณ สมเด็จฯ ได้เข้าเป็นอาจารย์ในมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตำแหน่งรองเลขาธิการ ปัจจุบันท่านดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสที่วัดญาณเวศกวัน จังหวัดนครปฐม นอกจากสอนวิชาพระพุทธศาสนาให้มหาวิทยาลัยต่างๆ ในประเทศไทยแล้ว เจ้าประคุณ สมเด็จฯ ได้รับอารธนาไปสอนและบรรยายในต่างประเทศอีกหลายแห่งอาทิ เช่น University of Pennsylvania ,Swarthmore College University of Pennsylvania และ Harvard University

    

      สมณศักดิ์

     1) พ.ศ. 2512 โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระศรีวิสุทธิโมลี

2) พ.ศ. 2516 โปรดเกล้าฯ เลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราชที่ พระราชวรมุนี ศรีปริยัติบัณฑิตมหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี

3) พ.ศ. 2530 โปรดเกล้าฯ เลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นเทพที่ พระเทพเวที ศรีวิสาลปาพจนรจิต ตรีปิฎกบัณฑิต มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี

4) พ.ศ. 2536 โปรดเกล้าฯ เลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นธรรมที่ พระธรรมปิฎก อดุลญาณนายก ปาพจนดิลกนิวิฐ ตรีปิฎกบัณฑิต มหาคณิสสร

          บวรสังฆาราม คามวาสี

     5) พ.ศ. 2547 พระราชทานโปรดเกล้าฯ สถาปนาสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะเจ้าคณะรอง ชั้นหิรัณยบัฏที่ พระพรหมคุณาภรณ์ สุนทรธรรมสาธก ตรีปิฎกปริยัติ                 โกศล วิมลศีลาจาร ศาสนภารธุราทร มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี

     6) พ.ศ. 2559 พระราชทานโปรดสถาปนาสมณศักดิ์เป็นสมเด็จพระราชาคณะ ชั้นสุพรรณบัฏที่ สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ญาณอดุลสุนทรนายก ปาพจนดิลก

               วรานุศาสน์ อารยางกูรพิลาสนามานุกรม คัมภีรญาณอุดมวิศิษฎ์ ตรีปิฎกบัณฑิต มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี อรัญวาสี

    เจ้าประคุณ สมเด็จฯ ได้รับการยกย่องเกียรติคุณเชิดชูเกียรติจากหน่วยงานต่างๆ และสถาบันการศึกษา ทั้งในประเทศและต่างประเทศหลากหลายรางวัล อาทิ รางวัลประกาศเกียรติคุณในฐานะผู้ทำคุณประโยชน์แก่พระพุทธศาสนา ฉลอง 200 ปี กรุงรัตนโกสินทร์ รางวัลการศึกษาเพื่อสันติภาพ จากองค์การยูเนสโก สถาบันนาลันทา ประเทศอินเดีย ถวายตำแหน่ง ตริปิฎกาจารย์ หมายถึง อาจารย์ผู้รู้ผู้แตกฉานในพระไตรปิฎก มหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนาแห่งแรกของโลกถวายตำแหน่ง เมธาจารย์ และได้รับถวายโล่วัชรเกียรติคุณจากคณะกรรมการศาสนาศิลปะและวัฒนธรรม กล่าวได้ว่าสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ. ปยุตโต) เป็นพระเถระผู้เป็นนักปราชญ์แห่งยุครัตนโกสินทร์ เป็นพระเถระผู้แตกฉานทั้งพุทธศาสตร์และศาสตร์สมัยใหม่ ยิ่งกว่านั้น เจ้าประคุณ สมเด็จฯ ยังได้ใช้ความรู้ เพื่อใช้ปกป้องสังฆมณฑลในประเทศไทยไว้หลายกรณี รวมทั้งมีบทบาทในการชี้แนะสังคมไทยด้านการบริหารประเทศ โดยการนำหลักพุทธธรรม มาใช้เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตและพัฒนาชาติ

    คณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน พิจารณาเห็นชอบประกาศสดุดีมอบรางวัลผู้สูงอายุแห่งชาติ พุทธศักราช 2560 เพื่อบันทึกไว้เป็นเกียรติประวัติและเกียรติยศให้ปรากฎสืบไป

    

โลกต้องการคนดี มิใช่เพื่อให้มารับรางวัล

แต่เพื่อมาช่วยทำชีวิตและสังคมให้ดีขึ้น

ไม่มีทำความดีมาเสริมตัวตน

แต่พึงสละตนเพื่อเสริมความดี

คนทำดีอย่างแท้จริง เสียสละได้

แม้กระทั่งการที่จะทำให้คนอื่นรู้ว่า

ตนได้ทำความดี



                                                                     

                                                                       สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ.ปยุตโต)

                                                                        ผู้สูงอายุแห่งชาติ พุทธศักราช 2560





   
</description>
    <category>Master Older</category>
    <pubDate>Thu, 01 Jan 1970 07:00:00 +0700</pubDate>
  </item>
  <item>
    <title></title>
    <link>https://www.dop.go.th/en/news/3/2163</link>
    <description></description>
    <category>Master Older</category>
    <pubDate>Thu, 01 Jan 1970 07:00:00 +0700</pubDate>
  </item>
  <item>
    <title></title>
    <link>https://www.dop.go.th/en/news/3/2166</link>
    <description></description>
    <category>Master Older</category>
    <pubDate>Thu, 01 Jan 1970 07:00:00 +0700</pubDate>
  </item>
  <item>
    <title></title>
    <link>https://www.dop.go.th/en/news/3/2631</link>
    <description></description>
    <category>Master Older</category>
    <pubDate>Thu, 01 Jan 1970 07:00:00 +0700</pubDate>
  </item>
</channel>

</rss>

