ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก (Skip to Content)

วิธีการรับมืออาการ "ท้องผูก" ในผู้สูงอายุ

วิธีการรับมืออาการ
วันที่ 17 ก.ย. 2569 | ผู้เข้าชม 100 ครั้ง | โดย กองบริหารกองทุนผู้สูงอายุ

วิธีการรับมืออาการ "ท้องผูก" ในผู้สูงอายุ

นิยามและเกณฑ์ภาวะท้องผูก


สถิติที่พบ: ในประเทศไทยพบผู้สูงอายุมีปัญหาท้องผูกประมาณ 20–25%

ลักษณะอาการ: ถ่ายอุจจาระลำบาก ต้องออกแรงเบ่งมากกว่าปกติ

เกณฑ์วินิจฉัย: ไม่ถ่ายติดต่อกันนาน 3 วัน หรือใน 1 สัปดาห์ถ่ายน้อยกว่า 3 ครั้ง หากปล่อยไว้นานอาจกลายเป็นภาวะท้องผูกเรื้อรังได้

 

สาเหตุของท้องผูกในผู้สูงอายุ

การเปลี่ยนแปลงทางร่างกายตามวัย: กระเพาะอาหารหลั่งน้ำย่อยลดลง ลำไส้เล็กและลำไส้ใหญ่บีบตัวลดลง ทำให้อุจจาระ ตกค้าง

ปัญหาสุขภาพช่องปากและฟัน: เคี้ยวอาหารลำบาก ทำให้รับประทานอาหารที่มีกากใยลดลง
 

การดื่มน้ำน้อย: ต่อมกระตุ้นความกระหายน้ำทำงานลดลง ส่งผลให้อุจจาระแข็ง

ผลข้างเคียงจากยา: เช่น ยาลดกรด, ยาลดความดันโลหิต, ยาต้านโรคซึมเศร้า, ยาป้องกันกระดูกพรุน และยาแก้ปวดกลุ่มมอร์ฟีน


ปัจจัยทางจิตใจ: ภาวะซึมเศร้าทำให้เคลื่อนไหวร่างกายน้อยลง ส่งผลให้ลำไส้บีบตัวลดลงตามไปด้วย

พฤติกรรมการกั้นอุจจาระ: เกิดจากความเกรงใจ หรือไม่คุ้นชินสถานที่เมื่อต้องเดินทาง

 

แนวทางการปรับพฤติกรรมและการดูแลตนเอง
 

การปรับอาหาร: ดัดแปลงผักโดยการต้มให้เปื่อยยุ่ยเพื่อให้เคี้ยวง่าย และรับประทานผักผลไม้สม่ำเสมอ


การฝึกขับถ่ายให้เป็นเวลา: สร้างนิสัยขับถ่ายทุกวัน เช่น หลังตื่นนอนเช้าหรือหลังทานอาหาร โดยไปนั่งในห้องน้ำประมาณ 5–10 นาที เพื่อช่วยกระตุ้น


การดื่มน้ำ: ดื่มน้ำ 1–2 แก้ว ก่อนเข้าห้องน้ำเพื่อกระตุ้นลำไส้[8] และควรดื่มน้ำให้ได้รวมอย่างน้อยวันละ 2 ลิตร


ปรับท่านั่งขับถ่าย: นั่งโน้มหรือก้มตัวมาด้านหน้าเล็กน้อย เพื่อช่วยให้ลำไส้ถูกกดและบีบตัวได้ดีขึ้น


เพิ่มการเคลื่อนไหว: ออกกำลังกายหรือเคลื่อนไหวร่างกายสม่ำเสมอเพื่อกระตุ้นการทำงานของลำไส้
 

เทคนิคนวดกระตุ้นลำไส้ (4 ท่าหลัก)


การเตรียมตัวก่อนนวด:

     o ต้องปัสสาวะก่อนนวดเสมอ (หากปัสสาวะเองไม่ได้ต้องสวนปัสสาวะก่อน)[10]

     o จัดท่านอนหงาย หากเกร็งหน้าท้องให้ใช้หมอนรองใต้ข้อเข่า

     o ทาโลชั่นหรือเบบี้ออยล์บนหน้าท้องเพื่อลดแรงฝืด

• ท่าที่ 1 ท่านวดตามเส้นตรง: แบ่งหน้าท้องซ้าย-ขวา ฝั่งละ 3 เส้น วัดต่ำกว่าชายโครงล่าง 2 นิ้ว ใช้มือประสานกันกดลึกประมาณ 1.5–2 นิ้ว (4–5 ซม.) นวดวนตามเข็มนาฬิกา 5 ครั้ง แล้วค่อยๆ ไล่ลงมาตามเส้นจนถึงหัวหน่าว ทำทั้งสองฝั่ง

• ท่าที่ 2 ท่าโกยลำไส้: ประสานมือ กดลึก 1.5–2 นิ้ว โกยจากใต้ชายโครงลงมาให้ทั่วหน้าท้อง ทำประมาณ 10–15 ครั้ง

• ท่าที่ 3 ท่าโยกลำไส้: ประสานมือ กดลึก 1.5–2 นิ้ว แล้วค่อยๆ โยก/สั่นลำไส้ไปมา ทำประมาณ 15–20 ครั้ง

• ท่าที่ 4 ท่านวดตามเข็มนาฬิกา: ประสานมือนวดวนตามเข็มนาฬิกาเริ่มจากเหนือหัวหน่าว/ใต้สะดือ วนออกด้านนอกจนทั่วหน้าท้องเพื่อผ่อนคลาย

 

การรักษาทางการแพทย์และข้อควรระวัง

• การใช้ยา: มีทั้งยารับประทาน (เม็ด/น้ำ), น้ำยาสวนอุจจาระ และยาเหน็บทวารหนัก ซึ่งแพทย์จะประเมินตามระดับความรุนแรงและโรคประจำตัว

• กรณีอุจจาระอุดตันรุนแรง: แพทย์อาจพิจารณาใช้วิธีควักอุจจาระหรือผ่าตัด

• ข้อควรระวังการดีท็อกซ์/สวนล้างลำไส้: ไม่แนะนำให้ทำเองที่บ้าน (เช่น การสวนด้วยกาแฟ) เนื่องจากไม่สามารถควบคุมแรงดันน้ำได้ ซึ่งเป็นอันตรายต่อผู้สูงอายุ การสวนล้างลำไส้ควรทำในโรงพยาบาลโดยแพทย์หรือพยาบาลเท่านั้น