ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก (Skip to Content)

อาการเจ็บหน้าอกในผู้สูงอายุ

อาการเจ็บหน้าอกในผู้สูงอายุ
วันที่ 18 ก.ย. 2569 | ผู้เข้าชม 55 ครั้ง | โดย กองบริหารกองทุนผู้สูงอายุ

อาการเจ็บหน้าอกในผู้สูงอายุ

สาเหตุของอาการเจ็บหน้าอก

• โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด / เส้นเลือดหัวใจตีบ: เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดในผู้สูงอายุ มักเจ็บบริเวณกลางหน้าอก รู้สึกแน่นเหมือนมีของหนักมาทับหรือโดนผ้ารัด อาจมีอาการปวดร้าวไปที่กราม แขน หรือคอ โดยทั่วไปมักเจ็บนานประมาณ 1–5 นาที

• โรคเส้นเลือดใหญ่แอออร์ตาปริ/ตีบ: เจ็บกลางหน้าอกและมีอาการเจ็บร้าวทะลุไปถึงหลัง ลักษณะเจ็บเหมือนโดนมีดแทง และคลำพบชีพจรที่แขนหรือขาได้ไม่เท่ากัน

• ระบบทางเดินอาหาร / กรดไหลย้อน: มักมีอาการแสบร้อนกลางอก เรอเปรี้ยว และอาการจะแย่ลงเมื่ออยู่ในท่านอน

• กระดูกอ่อนหน้าอกอักเสบ: มีจุดกดเจ็บที่ชัดเจน เมื่อกดลงไปบริเวณกระดูกอ่อนจะรู้สึกเจ็บทันที

• โรคงูสวัด: ในระยะแรกที่ยังไม่ปรากฏตุ่มใสชัดเจน ผู้ป่วยอาจมาด้วยอาการเจ็บหรือเมื่อยบริเวณหน้าอกได้


ปัจจัยเสี่ยง

• ช่วงอายุ: การเป็นผู้สูงอายุ

• โรคประจำตัว: โรคความดันโลหิตสูง, โรคเบาหวาน และไขมันในเลือดสูง

• พฤติกรรมและการดำเนินชีวิต: การสูบบุหรี่, ภาวะอ้วน และความเครียด


อาการร่วมและสัญญาณเตือนอันตราย

• มีอาการเหงื่อออกตามร่างกาย, เหนื่อยง่าย หรือทำกิจกรรมได้น้อยลงอย่างเห็นได้ชัด (เช่น เคยเดินขึ้นบันไดได้สะดวก แต่ปัจจุบันเดินเพียง 1–2 ชั้นก็ต้องหยุดพัก)

• วิงเวียน หน้ามืด คล้ายจะเป็นลม และชีพจรเต้นเร็ว

• ในรายที่มีอาการรุนแรง อาจเกิดภาวะหมดสติ หรือหัวใจหยุดเต้นได้

• ข้อควรระวัง: ในผู้ป่วยโรคเบาหวานหรือผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงสูง อาการเจ็บหน้าอกอาจไม่แสดงออกชัดเจนตามลักษณะทั่วไป หากสงสัยควรรีบพบแพทย์


การปฐมพยาบาลและการช่วยเหลือฉุกเฉิน

• ผู้ที่ไม่เคยมีประวัติโรคหัวใจ: หากพบอาการเจ็บหน้าอกที่เข้าได้กับภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ให้รีบนำส่งโรงพยาบาลทันที เนื่องจากการรักษาแข่งกับเวลาเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

• ผู้ที่มีประวัติโรคหัวใจ หรือเส้นเลือดหัวใจตีบอยู่แล้ว:

ให้ผู้ป่วยอมยาอมใต้ลิ้นประจำตัว 1 เม็ด

หากผ่านไป 5 นาทียังไม่หาย สามารถอมเม็ดที่ 2 ได้

หากอมครบ 3 เม็ด หรือผ่านไป 15 นาทีแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น ให้รีบนำส่งโรงพยาบาลทันที

ข้อสังเกต: ยาอมใต้ลิ้นมีฤทธิ์ขยายหลอดเลือดซึ่งอาจทำให้ความดันเลือดตกลงได้ หากไม่มั่นใจควรรีบพามาโรงพยาบาลทันที

• การใช้ยาแอสไพริน: หากสงสัยภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดอย่างมาก อาจให้เคี้ยวยาแอสไพรินขนาด 300–325 มิลลิกรัม 1 เม็ด แล้วกลืนทันที (ต้องมั่นใจว่าไม่มีประวัติแพ้ยา หรือไม่มีภาวะเลือดออกในกระเพาะอาหาร)

• ประโยชน์ของการรักษาเร็ว: การถึงโรงพยาบาลอย่างรวดเร็วช่วยให้แพทย์เปิดเส้นเลือดด้วยยาหรือการทำบอลลูนได้ทันเวลา ช่วยลดการตายของกล้ามเนื้อหัวใจ อัตราการพิการ และลดโอกาสเสียชีวิต


แนวทางการป้องกัน

• งดการสูบบุหรี่ และหลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ชิดผู้สูบบุหรี่

• ควบคุมโรคประจำตัว (ความดันโลหิต, เบาหวาน, ไขมันสูง) ให้อยู่ในเกณฑ์ดี

• ออกกำลังกายอย่างเหมาะสม และเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์

• ควบคุมน้ำหนักตัว และผ่อนคลายความเครียด