ญี่ปุ่นกู้หน้าวิกฤตสูงวัย: AI Robot ผู้ช่วยดูแลอัจฉริยะแห่งอนาคต
วิกฤตประชากรและภาวะขาดแคลนแรงงานในญี่ปุ่น
ญี่ปุ่นกำลังเผชิญวิกฤตสังคมผู้สูงอายุ โดยมีสัดส่วนประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไปมากที่สุดในโลก (ยกเว้นโมนาโก) ปัญหานี้ถูกซ้ำเติมด้วยจำนวนทารกเกิดใหม่ที่ลดลงติดต่อกันเป็นปีที่ 9 สู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 720,980 คนในปี 2024 นอกจากนี้ สถาบันวิจัยประชากรและประกันสังคมแห่งชาติของญี่ปุ่นยังคาดการณ์ว่า ในช่วงทศวรรษหน้าประชากรวัยทำงาน (อายุ 15–64 ปี) จะลดลงถึง 9.3% ประกอบกับนโยบายรับแรงงานต่างชาติที่เข้มงวด ทำให้เกิดภาวะขาดแคลนบุคลากรดูแลผู้สูงอายุอย่างรุนแรง จนต้องหันมาพึ่งพาการใช้หุ่นยนต์เข้ามาช่วยแก้ปัญหา
การพัฒนาและคุณสมบัติของหุ่นยนต์ AI
รัฐบาลญี่ปุ่นได้ให้ทุนสนับสนุนทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยวาเซดะในการพัฒนาหุ่นยนต์ฮิวมานอยด์ขับเคลื่อนด้วย AI ชื่อ "AI REC" (หรือ Air) ซึ่งมีขนาดเท่ามนุษย์จริง สูงประมาณ 154 เซนติเมตร และมีน้ำหนัก 150 กิโลกรัม ตัวหุ่นยนต์ถูกออกแบบมาให้สัมผัสทางกายภาพกับมนุษย์ได้อย่างปลอดภัย และสามารถปรับการตอบสนองตามการเคลื่อนไหวของคนได้
ความสามารถและการนำไปใช้งาน
งานบริบาลและดูแลผู้สูงอายุ: ได้รับการทดลองที่มหาวิทยาลัยโตเกียวในการช่วยพลิกตัวผู้สูงอายุจากท่านอนหงายให้เป็นท่านอนตะแคง เพื่อช่วยเปลี่ยนผ้าอ้อมและป้องกันการเกิดแผลกดทับ รวมถึงช่วยพยุงให้นั่ง และสวมถุงเท้า
งานบ้านและชีวิตประจำวัน: สามารถช่วยทำอาหาร (เช่น ฝึกทำไข่คน) พับผ้า และทำงานบ้านอื่นๆ
เป้าหมายการเปิดตัวและราคา
คาดการณ์ว่าจะเริ่มนำมาใช้งานจริงได้ภายในปี 2040 และจะใช้อย่างแพร่หลายในปี 2050 โดยในช่วงแรกคาดว่าจะมีราคาไม่ต่ำกว่า 10 ล้านเยน แต่มีแนวโน้มที่ราคาจะถูกลงเมื่อมีการผลิตเป็นจำนวนมากหลังปี 2040 เป็นต้นไป
