ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก (Skip to Content)

เทคโนโลนีเพื่อวัยเก๋า: 5 นวัตกรรมเทคโนโลยีเพื่อคุณภาพชีวิตผู้สูงวัย

เทคโนโลนีเพื่อวัยเก๋า: 5 นวัตกรรมเทคโนโลยีเพื่อคุณภาพชีวิตผู้สูงวัย
วันที่ 21 ก.ย. 2569 | ผู้เข้าชม 29 ครั้ง | โดย กองบริหารกองทุนผู้สูงอายุ

1.อุปกรณ์แจ้งเตือนฉุกเฉินแบบพกพา (PERS)

วัตถุประสงค์: ช่วยให้ผู้สูงอายุพกติดตัวได้ตลอดเวลา เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและการช่วยเหลือยามฉุกเฉิน

ตัวอย่างนวัตกรรม:
     Apple Watch Series 9: มีฟีเจอร์ตรวจจับการหกล้ม (Fall Detection) และ Emergency SOS ช่วยส่งสัญญาณแจ้งเตือนพร้อมแชร์ตำแหน่งไปยังศูนย์ฉุกเฉินอัตโนมัติ
     MobileHelp Smart: นาฬิกาอัจฉริยะติดตามสุขภาพ พร้อมปุ่ม SOS เชื่อมต่อศูนย์ช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง
     Medical Guardian: ระบบแจ้งเตือนฉุกเฉินหลากหลายรูปแบบ (ข้อมือหรือสร้อยคอ) รองรับ GPS และ 4G LTE

2.เครื่องจ่ายยาอัจฉริยะ (Smart Medication Dispensers)

วัตถุประสงค์: ช่วยจัดการการทานยาของผู้สูงอายุให้ถูกต้องตรงตามเวลา

ตัวอย่างนวัตกรรม:
     Hero Medication Dispenser: บรรจุยาได้ถึง 10 ชนิด พร้อมระบบแจ้งเตือนผ่านแอปพลิเคชัน
     MedMinder: ถาดยาพร้อมระบบเตือนด้วยแสงและเสียง และสามารถส่งข้อความแจ้งเตือนครอบครัวหากผู้สูงอายุลืมทานยา
     MedaCube: เครื่องจ่ายยาอัตโนมัติบรรจุยาได้สูงสุด 90 วัน มีหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่และระบบเสียงชัดเจน
ผลลัพธ์และสถิติ:
     เพิ่มอัตราการทานยาตามกำหนดจาก 67% เป็น 94.6% และลดการเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลจากการใช้ยาผิดได้ถึง 40.4%
     ในประเทศไทย ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุบ้านบางแครายงานว่าช่วยลดปัญหาการทานยาผิดได้มากกว่า 35%

3.แอปพลิเคชันติดตามสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ

วัตถุประสงค์: ออกแบบให้อ่านง่ายด้วยตัวอักษรขนาดใหญ่ สีชัดเจน และใช้งานไม่ซับซ้อน

ตัวอย่างนวัตกรรม:
     Medisafe: แอปพลิเคชันเตือนการทานยาและติดตามค่าสุขภาพต่างๆ
     ElderCheck Now: ช่วยให้ผู้ดูแลติดตามความเป็นอยู่ของผู้สูงอายุได้ตลอดเวลา
     H4U: พัฒนาโดยกระทรวงสาธารณสุขไทย ให้ผู้สูงอายุเข้าถึงข้อมูลสุขภาพ นัดหมายแพทย์ และรับคำแนะนำด้านสุขภาพ
ผลลัพธ์และสถิติ:
งานวิจัยจากคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลพบว่า ผู้สูงอายุที่ใช้แอปสุขภาพเป็นประจำควบคุมความดันโลหิตและระดับน้ำตาลได้ดีขึ้น 26.5%
     ข้อมูลจาก ETDA ระบุว่าปี 2023 มีผู้สูงอายุไทยใช้แอปสุขภาพเพิ่มขึ้น 42% จากปี 2022

4.บ้านอัจฉริยะสำหรับผู้สูงอายุ (Smart Home)
  
วัตถุประสงค์: ช่วยให้ผู้สูงอายุควบคุมอุปกรณ์ในบ้านได้ง่ายขึ้น เพิ่มความปลอดภัยและลดอุบัติเหตุ

ตัวอย่างนวัตกรรม:
     Amazon Echo (Alexa): ลำโพงอัจฉริยะสั่งงานด้วยเสียงเพื่อควบคุมไฟ อุณหภูมิ หรือโทรหาครอบครัว
     Samsung SmartThings: ระบบเชื่อมต่ออุปกรณ์ในบ้าน พร้อมเซนเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหวและการรั่วไหลของน้ำ
     Walabot HOME: เซนเซอร์ติดผนังตรวจจับการหกล้มโดยไม่ต้องสวมใส่อุปกรณ์ สแกนผ่านผนังในห้องน้ำหรือห้องนอนเพื่อแจ้งเตือนผู้ดูแล

ผลลัพธ์และสถิติ:

ตลาดบ้านอัจฉริยะสำหรับผู้สูงอายุเติบโต 30.8% ต่อปี
การเคหะแห่งชาติรายงานว่า โครงการบ้านอัจฉริยะช่วยให้ผู้สูงอายุไทยมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น 38.6% และลดอุบัติเหตุในบ้านได้ถึง 57.3%

5.หุ่นยนต์ผู้ช่วยและเพื่อนคลายเหงา

วัตถุประสงค์: ช่วยเหลือการทำความสะอาด ตลอดจนเป็นเพื่อนพูดคุยเพื่อลดความซึมเศร้าและความเครียด

ตัวอย่างนวัตกรรม:
     ElliQ: หุ่นยนต์เรียนรู้พฤติกรรมผู้ใช้เพื่อปรับการสนทนา คลายเหงา เตือนทานยา และเล่นเกมฝึกสมอง
     PARO: หุ่นยนต์แมวน้ำบำบัดที่ใช้เซนเซอร์ตอบสนองต่อการสัมผัสและเสียง

ผลลัพธ์และสถิติ:
     งานวิจัยจาก MIT AgeLab พบว่า 85% ของผู้สูงอายุที่ใช้หุ่นยนต์ผู้ช่วยรู้สึกว่าคุณภาพชีวิตดีขึ้น
     การทดลองในสถานดูแลผู้สูงอายุในญี่ปุ่นพบว่า PARO ช่วยลดอาการซึมเศร้าและเพิ่มปฏิสัมพันธ์ทางสังคมได้ถึง 60%

บทสรุป: การส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้สูงอายุเข้าถึงนวัตกรรมเหล่านี้ ช่วยให้พวกเขาสามารถพึ่งพาตนเองได้ พลดความเสี่ยงด้านสุขภาพ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในวัยเกษียณ