3 มื้อ อร่อย บำรุงสมองผู้สูงอายุ ให้ Strong!
3 มื้อ อร่อย บำรุงสมองผู้สูงอายุ ให้ Strong!
ปัญหาการรับประทานอาหารของผู้สูงอายุ
ความต้องการพลังงานลดลง: ผู้สูงอายุที่ไม่ค่อยออกกำลังกายต้องการพลังงานประมาณ 1,400 กิโลแคลอรี/วัน (หากออกกำลังกาย 1–3 วัน/สัปดาห์ ต้องการประมาณ 1,600 กิโลแคลอรี และ 3–5 วัน/สัปดาห์ ต้องการประมาณ 1,800 กิโลแคลอรี)
อุปสรรคการกิน: มีปัญหาเรื่องสุขภาพฟันทำให้เคี้ยวยาก, กลืนลำบากหรือสำลัก, ต่อมรับรสเสื่อมทำให้รู้สึกอาหารไม่อร่อย, และระบบย่อยทำงานลดลง เกิดอาการท้องอืด
การทานอาหารชนิดเดิมๆ: การจัดเฉพาะอาหารรสอ่อนหรืออาหารนิ่มเพียงอย่างเดียว อาจทำให้ผู้สูงอายุเกิดความเบื่ออาหารและได้รับสารอาหารบำรุงสมองไม่เพียงพอ
การจัดอาหารบำรุงสมอง 3 มื้อ
มื้อเช้า (เน้น Warm up ร่างกาย ย่อยง่าย ให้พลังงานสมอง)
คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน: ข้าวต้มข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ หรือข้าวไรซ์เบอร์รี่ เพื่อให้พลังงานแก่สมอง
เมนูแนะนำ:
ปลานึ่งซีอิ๊ว: โปรตีนคุณภาพดี ย่อยง่าย เคี้ยวง่าย (ควรเลาะก้างออกให้หมด)
ผัดฟักทอง: มีโพแทสเซียมสูง ช่วยคุมความดันโลหิตและหลอดเลือดสมอง
ต้มเลือดหมูใส่เครื่องในและตำลึง: อุดมด้วยธาตุเหล็ก ช่วยสร้างฮีโมโกลบินนำออกซิเจนไปเลี้ยงสมอง
เครื่องดื่ม: น้ำปั่นถั่ว 5 สี (ได้วิตามิน B1 และใยอาหาร) หรือ นมถั่วเหลือง (มีสารไอโซฟลาโวนและเลซิตินบำรุงสมอง)
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง: กุนเชียง (ไขมันอิ่มตัวและโซเดียมสูง เสี่ยงหลอดเลือดสมองอุดตัน) และ ผักกาดดอง (โซเดียมสูงกว่าผักสดถึง 10 เท่า)
มื้อกลางวัน (เน้นโปรตีนและสารต้านอนุมูลอิสระ)
หมูสับผัดพริกหวาน 3 สี: พริกหวานมีวิตามินซีสูง ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ส่วนหมูสับให้โปรตีนและวิตามิน B12 บำรุงระบบประสาท
เต้าหู้ทรงเครื่องใส่เต้าหู้ไข่และกุ้ง: เต้าหู้ไข่มีเลซิติน โคลีน และธาตุเหล็ก กุ้งให้ไอโอดีน ไขมันอิ่มตัวต่ำ ร่วมกับผักรวมที่มีโพแทสเซียมสูง
การปรุง: แนะนำใช้น้ำมันที่มีไขมันไม่อิ่มตัว เช่น น้ำมันรำข้าว
มื้อเย็น (เน้นอาหารย่อยง่าย นิ่ม และต้มเปื่อย)
ต้มจับฉ่ายใส่เต้าหู้แข็ง: ผักต้มเปื่อยย่อยง่าย มีหัวไชเท้าและเห็ดหอมเพิ่มรสอุมามิ อุดมด้วยโฟเลต วิตามินบี และใยอาหาร เต้าหู้แข็งให้โปรตีนคุณภาพดีพร้อมไอโซฟลาโวนและเลซิติน
เวลาที่ควรรับประทาน: ควรรับประทาน ไม่เกิน 18:00 น. (กรณีเข้านอน 21:00 น.) เนื่องจากต้องใช้เวลาย่อย 3–4 ชั่วโมง ช่วยป้องกันกรดไหลย้อนและควบคุมระดับน้ำตาล
การดูแล "อาหารใจ"
นอกจากการดูแลสารอาหารแล้ว ควรให้ผู้สูงอายุได้รับประทานอาหารร่วมกับสมาชิกในครอบครัวอย่างน้อย 1–2 มื้อต่อวัน เพื่อให้รู้สึกมีความสุข ไม่โดดเดี่ยว และอยากรับประทานอาหารมากขึ้น
