ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก (Skip to Content)

ภาวะกล้ามเนื้อฝ่อในผู้สูงอายุ (Sarcopenia) แข็งแรงไว้ก่อนสาย

ภาวะกล้ามเนื้อฝ่อในผู้สูงอายุ (Sarcopenia) แข็งแรงไว้ก่อนสาย
วันที่ 25 ก.ย. 2569 | ผู้เข้าชม 18 ครั้ง | โดย กองบริหารกองทุนผู้สูงอายุ

สัญญาณเตือนและอาการที่ควรระวัง:

* การเคลื่อนไหวช้าลง หรือเดินช้ากว่าคนในวัยเดียวกัน

* มีอาการพกตกหกล้มบ่อยขึ้น

* น้ำหนักตัวค่อย ๆ ลดลงเรื่อย ๆ (ต่างจากคนผอมปกติที่น้ำหนักจะคงที่)

* แขนขาเล็กลง กล้ามเนื้อรีบลง

วิธีการวัดคัดกรองเบื้องต้น: ทำนิ้วมือเป็นวงรอบบริเวณกลางหน้าแข้ง หากรอบขาลายเล็กลงกว่าวงนิ้ว แสดงว่ามีแนวโน้มเกิดภาวะกล้ามเนื้อฝ่อ

ผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัวหลายโรคจะมีความเสี่ยงสูงขึ้น

แนวทางการป้องกันและการฟื้นฟู:

ปริมาณโปรตีนที่ควรได้รับ: ทานโปรตีนให้ได้ 1–1.2 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน (เช่น น้ำหนัก 60 กก. ควรได้รับโปรตีน 60–72 กรัม/วัน) และควรแบ่งกระจายทานในแต่ละมื้อ

การเปรียบเทียบปริมาณโปรตีน:

ไข่ไก่เบอร์ 0 ให้โปรตีน ~7 กรัม (หากทานเฉพาะไข่ขาวจะได้ ~5 กรัม/ลูก)

เนื้อสัตว์ขนาด 1 ฝ่ามือ, กุ้ง 5 ตัว หรือลูกชิ้น 5 ลูก ให้โปรตีน ~7 กรัม

อกไก่หรือเนื้อสัตว์สด 200 กรัม ให้โปรตีน ~48–62 กรัม

สามารถเสริมด้วยนมโปรตีนสูงหรือผลิตภัณฑ์อาหารทางการแพทย์ได้

ข้อระวังในผู้ป่วยโรคไต: ผู้ป่วยไตเสื่อม (ระยะ 3–4 ขึ้นไป) ต้องระมัดระวังปริมาณโปรตีนตามคำแนะนำแพทย์ แต่ไม่ควรงดโปรตีนโดยสิ้นเชิง เพราะจะทำให้กล้ามเนื้อฝ่อและระบบภูมิคุ้มกันตก ส่งผลให้ติดเชื้อง่าย

การรับวิตามินและการออกกำลังกาย: รับแสงแดดเพื่อให้ได้รับวิตามินดี ซึ่งช่วยให้กล้ามเนื้อแข็งแรง ร่วมกับการออกกำลังกายแบบมีแรงต้าน (Resistance Exercise) เช่น การยกเหยียดขา การใช้ถุงทรายถ่วงข้อเท้า เพื่อช่วยสร้างและรักษา มวลกล้ามเนื้อ (เน้นย้ำว่าการป้องกันดีที่สุด เพราะการสร้างกล้ามเนื้อใหม่ในผู้สูงอายุทำได้ยากมาก)

คำแนะนำสุขภาพอื่น ๆ ที่น่าสนใจในรายการ

การฉีดวัคซีนในผู้สูงอายุ:

วัคซีนไข้เลือดออก (รุ่นใหม่): รับรองในผู้ที่มีอายุ 4 ปีขึ้นไป หากเคยเป็นไข้เลือดออกมาก่อน ควรเว้นระยะอย่างน้อย 6 เดือนหลังหายดีก่อนรับวัคซีน

วัคซีนไวรัสตับอักเสบ บี: ผู้ที่เกิดก่อนปี พ.ศ. 2535 ควรเจาะเลือดตรวจหาภูมิคุ้มกันและการติดเชื้อก่อน หากไม่มีภูมิและไม่ได้ติดเชื้อจึงค่อยฉีดวัคซีน

วัคซีนปอดอักเสบ (นิวโมคอกคัส): แนะนำสำหรับผู้สูงอายุที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง

การคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่: ผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป ควรได้รับการตรวจคัดกรองแม้จะขับถ่ายปกติทุกวัน (ผ่านการตรวจเม็ดเลือดในอุจจาระหรือการส่องกล้อง)

การดูแลผู้สูงอายุที่มีปัญหาการกลืน: การใช้อาหารเจลหรืออาหารปั่นแยกประเภทที่มีเนื้อสัมผัส (Texture) สม่ำเสมอ จะช่วยให้กลืนง่ายขึ้นและลดความเสี่ยงการสำลักเข้าปอด