ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก (Skip to Content)

สถิติความเสี่ยง และวิธีป้องกันผู้สูงอายุลื่นล้ม ช่วงหน้าฝน

สถิติความเสี่ยง และวิธีป้องกันผู้สูงอายุลื่นล้ม ช่วงหน้าฝน
วันที่ 28 ก.ย. 2569 | ผู้เข้าชม 140 ครั้ง | โดย กองบริหารกองทุนผู้สูงอายุ

ความเสี่ยงและผลกระทบของการลื่นล้มในหน้าฝน

ช่วงหน้าฝนทำให้พื้นผิวทางเดินเปียกชื้นและลื่น ผู้สูงอายุมีความเสี่ยงสูงเป็นพิเศษเนื่องจากปัญหาการทรงตัว สายตา และความแข็งแรงของกระดูกและกล้ามเนื้อ ในประเทศไทยมีผู้สูงอายุเกิดอุบัติเหตุหกล้มประมาณ 3 ล้านรายต่อปี ต้องเข้ารักษาในโรงพยาบาลราว 60,000 ราย และเสียชีวิตถึง 1,600 รายต่อปี (เฉลี่ยวันละ 4 ราย) ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 2 รองจากอุบัติเหตุทางถนน การลื่นล้มเพียงเล็กน้อยอาจนำไปสู่การบาดเจ็บรุนแรง เช่น กระดูกสะโพกแตกหัก การบาดเจ็บที่ศีรษะ ความพิการ หรือส่งผลกระทบต่อจิตใจและการดำเนินชีวิตในระยะยาว

3 วิธีป้องกันผู้สูงอายุลื่นล้มช่วงหน้าฝน

1.เลือกเครื่องแต่งกายและอุปกรณ์ให้เหมาะสม

สวมรองเท้ากันลื่น: เลือกรองเท้าหุ้มส้นขนาดพอดี มีพื้นยืดหยุ่นและมีดอกยางหรือวัสดุยางที่ยึดเกาะพื้นได้ดี

ใช้อุปกรณ์ช่วยเดิน: สำหรับผู้ที่มีปัญหาการทรงตัวหรือการเดิน ควรใช้ไม้เท้าหรือวอล์กเกอร์ (Walker) เพื่อช่วยรับน้ำหนักและเพิ่มความมั่นคงขณะเดิน[

2.ปรับแต่งสภาพบ้านให้เหมาะสม (Universal Design)

ดูแลพื้นผิว: พื้นทางเดินต้องแห้งเรียบ หลีกเลี่ยงพรมหรือผ้าเช็ดเท้าที่หลวม ยึดวัสดุปูพื้นให้แน่นหนา หรือเปลี่ยนมาใช้วัสดุยางกันลื่น

ติดตั้งราวจับ: ติดตั้งราวจับบริเวณจุดเสี่ยงหรือจุดที่ใช้งานบ่อย

จัดแสงสว่างและจัดระเบียบ: เพิ่มไฟส่องสว่างบริเวณทางเดิน บันได และห้องน้ำให้เพียงพอเพื่อรองรับทัศนวิสัยที่ลดลงหรือยามไฟดับ พร้อมจัดเก็บสิ่งของให้เป็นระเบียบไม่เกะกะทางเดิน

ตรวจเช็กบ้าน: ตรวจสอบรอยรั่วซึมของน้ำฝนในบ้าน และควรมีคนดูแลเมื่อผู้สูงอายุจำเป็นต้องขึ้น-ลงบันได

3.ออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรงและการทรงตัว

เล่นโยคะ: ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูก กล้ามเนื้อ และการควบคุมร่างกาย

รำไท้เก๊ก (Tai Chi): ช่วยเพิ่มสมดุลและการประสานงานของร่างกาย เพิ่มความมั่นใจในการเดิน และลดอัตราการล้ม