วิธีสังเกตอาการป่วย และรับมือภัยสุขภาพผู้สูงอายุช่วงหน้าฝน
ช่วงฤดูฝนเป็นช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยทั้งร้อน เย็น และชื้น ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้สูงอายุได้มากกว่าวัยอื่น เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันที่ลดลงตามวัยประกอบกับโรคประจำตัว ทำให้เจ็บป่วยง่ายและอาจมีอาการรุนแรงกว่าปกติ
กลุ่มโรคและอาการที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ
1.ไข้หวัดใหญ่: สังเกตจากอาการไข้สูงขึ้นแบบทันทีทันใด ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ และอ่อนเพลียมาก
2.ปอดอักเสบหรือปอดบวม: ภาวะแทรกซ้อนอันตรายที่มักเกิดตามหลังไข้หวัด สัญญาณเตือนคือไข้ไม่ลดลง ไอมีเสมหะมากขึ้น หายใจหอบเหนื่อยหรือเร็วกว่าปกติ และซึมลงผิดปกติ
3.ไข้เลือดออก: มียุงลายเป็นพาหะ สังเกตจากไข้สูงต่อเนื่อง ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว และอาจมีจุดเลือดออกตามผิวหนัง
4. โรคผิวหนังจากความอับชื้น: เช่น น้ำกัดเท้า ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง หรือภาวะเท้าเปื่อยจากการเดินลุยน้ำท่วมขัง ซึ่งเสี่ยงต่อการติดเชื้อลุกลามได้ง่าย โดยเฉพาะในผู้สูงอายุที่เป็นเบาหวาน
5. ไข้ฉี่หนู (เลปโตสไปโรซิส): เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่ปนเปื้อนในน้ำท่วมขังหรือดินโคลน มีอาการไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อโดยเฉพาะบริเวณน่อง ตัวเหลือง คลื่นไส้อาเจียน ซึ่งหากปล่อยไว้อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนทางตับ ไต และเยื่อหุ้มสมองอักเสบ
6. โรคท้องร่วงหรืออาหารเป็นพิษ: เกิดจากอาหารหรือน้ำปนเปื้อน มีอาการท้องเสียรุนแรง อาเจียนมาก มีเลือดปนในอุจจาระหรืออาเจียน แขนขาอ่อนแรง หรือปวดท้องรุนแรงร่วมกับไข้สูง เสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำและเกลือแร่อย่างรวดเร็ว
7. การลื่นหกล้ม: เกิดจากพื้นเปียกลื่นและรองเท้าที่ไม่เหมาะสม
สัญญาณเตือนที่ต้องพาไปพบแพทย์ทันที
หากผู้สูงอายุมีอาการดังต่อไปนี้ ไม่ควรรอดูอาการเองที่บ้านเพราะร่างกายอาจเจ็บป่วยรุนแรงหรือติดเชื้อภายในโดยไม่มีไข้สูง:
มีไข้สูงเกิน 2 วัน
ซึมลงผิดปกติ ไม่กินอาหาร
หายใจลำบาก พูดไม่ชัด หรือแขนขาอ่อนแรง
มีพฤติกรรมหรืออาการเปลี่ยนแปลงไปจากปกติอย่างเห็นได้ชัด
แนวทางการป้องกันเบื้องต้น
ดูแลให้พักผ่อนเพียงพอ รับประทานอาหารปรุงสุกใหม่ และดื่มน้ำสะอาด
หลีกเลี่ยงการเดินลุยน้ำท่วมขัง หากเปียกฝนควรรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าและเช็ดตัวให้แห้งทันที
พาผู้สูงอายุไปฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ประจำปี
