ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก (Skip to Content)

สังเกตและเข้าใจโรคซึมเศร้าในผู้สูงอายุ (Observing and Understranding Depressing in the Elderly)

สังเกตและเข้าใจโรคซึมเศร้าในผู้สูงอายุ (Observing and Understranding Depressing in the Elderly)
วันที่ 29 ก.ย. 2569 | ผู้เข้าชม 43 ครั้ง | โดย กองบริหารกองทุนผู้สูงอายุ

1. ลักษณะและปัจจัยเสี่ยงของโรค

ลักษณะอาการ: เป็นความผิดปกติทางอารมณ์ (รู้สึกเศร้าหรือเบื่อหน่าย) ที่ส่งผลต่อพฤติกรรมและความคิด เช่น มองตัวเองไร้ค่า มองโลกในแง่ลบ อยากตาย หรือมีพฤติกรรมทำร้ายตัวเอง ซึ่งถือเป็นภาวะที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ

กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง:

ผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ในบ้านพักคนชรา

ผู้ที่มีโรคทางกายเรื้อรัง โรคประจำตัวเกี่ยวกับหลอดเลือด (เช่น หลอดเลือดสมอง) หรือโรคที่มีภาวะอักเสบ เช่น ภูมิคุ้มกันบกพร่อง, SLE และพาร์กินสัน

ผู้ที่เผชิญการเปลี่ยนแปลงบทบาทหน้าที่อย่างชัดเจน เช่น วัยเกษียณที่ไม่พร้อมหยุดทำงาน อยู่คนเดียว โดดเดี่ยว หรือไม่ค่อยมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น

ผู้สูงอายุมาก เช่น อายุตั้งแต่ 85 ปีขึ้นไป

2. สัญญาณเตือนและข้อสังเกตอาการ

ผู้สูงอายุหลายคนอาจไม่ถนัดบอกอารมณ์ของตนเองตรงๆ แต่จะแสดงออกทางอื่นแทน โดยสังเกตได้จาก:

ความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์: หงุดหงิดง่าย น้อยใจง่าย วิตกกังวลสูงขึ้นอย่างมากต่อตนเองหรือโรคประจำตัว หรือบางรายอาจมีลักษณะนิ่งเฉย เงียบลง ไม่พูดไม่จา

อาการทางร่างกาย: อาหารไม่ย่อย ปวดท้อง ระบบขับถ่ายเปลี่ยนไปจากเดิม หรือมีปัญหาเรื่องการนอนมากกว่าปกติ

เกณฑ์ประเมินเบื้องต้น: อาการเหล่านี้ควรก่อตัวติดกันอย่างน้อย 2 สัปดาห์ และเริ่มส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน

3. แนวทางการรักษาและรับมือ

การรักษาด้วยยา:

ใช้ยาต้านเศร้าภายใต้การดูแลของแพทย์ โดยผู้สูงอายุหรือญาติควรแจ้งแพทย์เกี่ยวกับยาโรคประจำตัวทั้งหมดที่มี เพื่อป้องกันการเกิดปฏิกิริยาระหว่างยา

ยาต้านเศร้าในผู้สูงอายุอาจใช้เวลาออกฤทธิ์ช้ากว่าคนวัยอื่น (อาจใช้เวลานานกว่า 1 เดือน)

การปรับพฤติกรรมและความคิด:

ทำโดยจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยา ผ่านกิจกรรมผ่อนคลายเพื่อช่วยปรับอารมณ์ และส่งเสริมการเข้ากลุ่มหรือทำกิจกรรมที่มีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น[4]

การดูแลโรคทางกายเรื้อรัง:

ควรควบคุมและรักษาโรคทางกายให้สงบลง ซึ่งจะส่งผลดีต่อการรักษาโรคซึมเศร้าควบคู่กันไป

บทบาทของครอบครัวและคนใกล้ชิด:

คอยหมั่นสังเกตความเปลี่ยนแปลง ตระหนักถึงภาวะนี้ และนำผู้สูงอายุไปพบแพทย์เพื่อเข้ารับการวินิจฉัยและรักษา